หนังสือยินยอมทายาท — ทำไมถึงสำคัญ และต้องทำอย่างไรถ้าทายาทอยู่ต่างประเทศ
ทายาทคนหนึ่งอยู่ออสเตรเลีย อีกคนอยู่สิงคโปร์ และแม่ที่เพิ่งเสียชีวิตทิ้งที่ดินไว้ในชลบุรี ครอบครัวหนึ่งเจอปัญหานี้และพบว่าก่อนที่ศาลจะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกได้ ทายาทในต่างประเทศต้องส่งเอกสารชุดหนึ่งที่ผ่านการรับรองหลายชั้นกลับมาก่อน กระบวนการนั้นใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าที่คาด บทความนี้อธิบายว่าหนังสือยินยอมทายาทคืออะไร ทำไมถึงขาดไม่ได้ และต้องดำเนินการอย่างไรในแต่ละกรณี
หนังสือยินยอมทายาทคืออะไรและทำไมถึงจำเป็น
เมื่อยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยอาศัยความยินยอม กรณีนี้ต้องให้ ทายาทโดยธรรมทุกคน แสดงความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเห็นด้วยกับการแต่งตั้งบุคคลที่ระบุ เอกสารนี้เรียกว่า หนังสือให้ความยินยอม หรือ หนังสือยินยอมทายาท
เหตุผลที่ช่องทางนี้กำหนดเช่นนี้คือ ผู้จัดการมรดกมีอำนาจดูแลทรัพย์สินของกองมรดก ดังนั้นทุกคนที่มีส่วนได้เสียต้องมีสิทธิ์แสดงความเห็น ถ้าทายาทคนใดคนหนึ่งไม่ยินยอม ต้องให้ศาลพิจารณาตามขั้นตอนที่ไม่มีความยินยอม ซึ่งอาจซับซ้อนและใช้เวลานานกว่า
กรณีที่ทายาทอยู่ในประเทศไทย
หากทายาททุกคนอยู่ในไทย กระบวนการไม่ยุ่งยาก
ช่องทางอัยการ (สคช.): ทายาททุกคนต้องมาลงนามต่อหน้าอัยการที่สำนักงาน สคช. ด้วยตนเอง ไม่สามารถส่งตัวแทนได้ในขั้นตอนนี้ และต้องเตรียมเอกสารประกอบ 4 ชุด ต่อรายการ
ช่องทางทนายความ: ทนายสามารถนัดให้ทายาทมาลงนามในสำนักงาน หรือจัดการให้มีพยานรับรองในที่ต่างๆ ได้สะดวกกว่า แต่มีค่าใช้จ่าย
กรณีที่ทายาทอยู่ต่างประเทศ — ขั้นตอนสำคัญ
นี่คือจุดที่ครอบครัวหลายคนติดขัด เพราะไทย ไม่ใช่สมาชิกอนุสัญญาอนุมัติตราสาร (Apostille Convention) สำหรับเอกสารจากประเทศภาคีให้ใช้ Apostille ตามขั้นตอนของประเทศนั้น ส่วนเอกสารจากประเทศที่ไม่ใช่ภาคีให้ใช้การรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย
สำหรับทายาทที่อยู่ต่างประเทศและไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนนี้
ขั้นที่ 1: ทายาทลงนามในหนังสือยินยอม และนำเอกสารให้หน่วยงานผู้มีอำนาจหรือกระทรวงการต่างประเทศของประเทศต้นทางรับรอง
ขั้นที่ 2: นำเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้วไปให้ Notary Public ในประเทศที่ตนอยู่รับรอง
ขั้นที่ 3: หากประเทศต้นทางเป็นภาคี ให้ขอ Apostille; หากไม่ใช่ภาคี ให้สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยรับรอง โดยค่าธรรมเนียมสถานกงสุลอาจอยู่ที่ประมาณ $15 ต่อฉบับ
ขั้นที่ 4: เมื่อเอกสารกลับมาถึงไทย ต้องนำไป แปลเป็นภาษาไทย โดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง
ขั้นที่ 5: ส่งเอกสารทั้งชุดไปรับรองคำแปลที่ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ
กระบวนการทั้งหมดนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเริ่มทำโดยเร็วที่สุดหลังจากผู้เสียชีวิตจากไป
ดาวน์โหลดฟรี
รับ Thailand — Estate Settlement Checklist
เนื้อหาทั้งหมดของบทความนี้ในรูปแบบเช็กลิสต์พร้อมพิมพ์ — พร้อมแผนปฏิบัติการและคู่มืออ้างอิงที่ใช้ได้ทันทีวันนี้
หนังสือมอบอำนาจสำหรับทายาทต่างประเทศ
ถ้าทายาทในต่างประเทศต้องการให้ตัวแทนในไทยดำเนินการแทนในทุกขั้นตอน (ไม่ใช่แค่ยินยอม แต่รวมถึงการมาศาลและทำธุรกรรมต่างๆ) ต้องจัดทำ หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ด้วย ซึ่งต้องผ่านกระบวนการรับรองเดียวกันกับหนังสือยินยอม
ความแตกต่างระหว่างสองเอกสาร
- หนังสือยินยอม = ทายาทแสดงว่าเห็นด้วยกับการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
- หนังสือมอบอำนาจ = ทายาทมอบอำนาจให้คนอื่นทำการแทนในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับมรดก
ถ้าทายาทบางคนไม่ยินยอม
หากทายาทคนใดปฏิเสธที่จะลงนาม การตั้งผู้จัดการมรดกโดยความยินยอมจะทำไม่ได้ ต้องยื่นคำร้องให้ศาลพิจารณาแต่งตั้งแทน กระบวนการนี้อาจใช้เวลานานกว่าและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า โดยควรพิจารณาให้ทนายความช่วยเมื่อมีข้อคัดค้าน
ในกรณีที่ทายาทไม่สามารถติดต่อได้ หรือไม่ทราบที่อยู่ ศาลสามารถดำเนินการต่อได้หลังจากโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ตามระยะเวลาที่กำหนด
เพื่อเข้าใจกระบวนการทั้งหมดของการจัดการมรดกตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับแต่ละขั้นตอน คู่มือการจัดการมรดก — กฎหมายมรดกไทย รวบรวมทุกสิ่งที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว
ข้อควรจำ
การจัดทำหนังสือยินยอมทายาทเป็นส่วนที่ใช้เวลานานที่สุดในกระบวนการตั้งผู้จัดการมรดก โดยเฉพาะเมื่อมีทายาทอยู่ต่างประเทศ แต่ถ้าวางแผนล่วงหน้าและรู้ขั้นตอนชัดเจน ก็สามารถดำเนินการไปพร้อมกับเตรียมเอกสารส่วนอื่นได้ ไม่ต้องรอทีละขั้น
รับ Thailand — Estate Settlement Checklist ฟรี
ดาวน์โหลด Thailand — Estate Settlement Checklist — คู่มือพร้อมพิมพ์ที่มีเช็กลิสต์ แบบฟอร์ม และแผนปฏิบัติการที่ใช้ได้ทันทีวันนี้