พินัยกรรม ทำยังไง: 5 ประเภท เงื่อนไขตามกฎหมาย และข้อผิดพลาดที่ทำให้โมฆะ
คนไทยส่วนใหญ่ไม่ทำพินัยกรรมเพราะคิดว่ายุ่งยาก ต้องไปสำนักงานเขต ต้องมีพยาน ต้องเสียเงิน — แต่ความจริงคือพินัยกรรมประเภทหนึ่งสามารถทำได้ที่บ้านตอนนี้เลย ใช้เพียงกระดาษและปากกา ไม่ต้องมีพยานแม้แต่คนเดียว เงื่อนไขมีอยู่ว่าต้องเขียนด้วยมือตัวเองทั้งฉบับ ห้ามพิมพ์แม้แต่บรรทัดเดียว
พินัยกรรม 5 ประเภทตามกฎหมายไทย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไทยรับรองพินัยกรรม 5 รูปแบบ แต่ละแบบมีข้อกำหนดและความเหมาะสมต่างกัน
ประเภทที่ 1: พินัยกรรมแบบธรรมดา (Ordinary Will)
ผู้ทำพินัยกรรมจะเขียนหรือพิมพ์ข้อความก็ได้ แต่ต้องระบุวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน จากนั้นพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น
ประเภทที่ 2: พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ ได้แก่ นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต พร้อมพยาน 2 คน เจ้าหน้าที่จะจดข้อความตามที่ผู้ทำพินัยกรรมบอก แล้วอ่านให้ฟังก่อนลงนามพร้อมกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงด้านกฎหมายและต้องการให้หน่วยงานรัฐเป็นสักขีพยาน
ประเภทที่ 3: พินัยกรรมแบบเอกสารลับ
ผู้ทำพินัยกรรมเขียนหรือพิมพ์เนื้อหาเอง ปิดผนึกซองไว้ก่อน จากนั้นนำซองไปให้นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตรับรองว่าเป็นพินัยกรรมของผู้นั้น โดยมีพยาน 2 คนร่วมอยู่ด้วย เนื้อหาภายในซองยังคงเป็นความลับ แต่การมีอยู่ของพินัยกรรมได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
ประเภทที่ 4: พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา
ใช้ได้เฉพาะในกรณีพิเศษที่ผู้ทำพินัยกรรมไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ เช่น ใกล้จะถึงแก่ความตาย อยู่ในเหตุโรคระบาด หรืออยู่ในภาวะสงคราม ต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนรับฟังพร้อมกัน และพยานต้องไปแจ้งต่อนายอำเภอโดยไม่ชักช้า โดยระบุข้อความ วันที่ สถานที่ และพฤติการณ์ของผู้ทำพินัยกรรม
ประเภทที่ 5: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (Holographic Will)
ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อด้วยลายมือของตนเอง ไม่ต้องมีพยานและไม่ต้องไปสำนักงานใด
พินัยกรรมที่ทำในต่างประเทศ
คนไทยที่ทำพินัยกรรมในต่างประเทศอาจทำตามแบบที่กฎหมายของประเทศนั้นกำหนด หรือทำตามแบบที่กฎหมายไทยกำหนดก็ได้
พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ — วิธีที่ง่ายที่สุด แต่มีเงื่อนไขเข้มงวด
เพราะไม่ต้องผ่านหน่วยงานใด พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับจึงเป็นที่นิยมมากที่สุด แต่ก็เป็นแบบที่ถูกตัดสินว่าโมฆะบ่อยที่สุดด้วย เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดมีดังนี้
- เขียนด้วยลายมือผู้ทำทั้งฉบับ — ทุกตัวอักษร ทุกตัวเลข ต้องเป็นลายมือของผู้ทำเอง ห้ามใช้เครื่องพิมพ์ คอมพิวเตอร์ หรือให้ผู้อื่นเขียนแทนแม้เพียงบรรทัดเดียว
- ระบุวันที่ทำ — วัน เดือน ปี ต้องครบถ้วนและชัดเจน
- ลงลายมือชื่อผู้ทำ — ต้องลงนามจริง ไม่ใช่ประทับตราหรือพิมพ์ชื่อ
- ระบุทรัพย์สินที่ยกให้ — ควรระบุให้ชัดเจนว่ายกทรัพย์สินใดให้กับใคร เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความที่ขัดแย้ง
- ระบุผู้รับมรดก — ชื่อ นามสกุล และความสัมพันธ์กับผู้ทำพินัยกรรม
ผู้ทำพินัยกรรมต้องมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ และต้องมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ณ วันที่ทำ
ดาวน์โหลดฟรี
รับ Thailand — Estate Settlement Checklist
เนื้อหาทั้งหมดของบทความนี้ในรูปแบบเช็กลิสต์พร้อมพิมพ์ — พร้อมแผนปฏิบัติการและคู่มืออ้างอิงที่ใช้ได้ทันทีวันนี้
ข้อผิดพลาดที่ทำให้พินัยกรรมโมฆะ
ศาลตัดสินให้พินัยกรรมเป็นโมฆะมาแล้วจากเหตุผลต่อไปนี้
ใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์บางส่วน เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด ผู้ทำพินัยกรรมหลายคนพิมพ์เนื้อหาหลักบนคอมพิวเตอร์แล้วลงนามด้วยลายมือ ซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ หากต้องการพิมพ์ ต้องเลือกพินัยกรรมแบบธรรมดา เอกสารฝ่ายเมือง หรือเอกสารลับแทน
ให้คนอื่นเขียนแทน แม้ผู้ทำจะอยู่ตรงนั้นและบอกข้อความทุกคำ ถ้ามือที่เขียนไม่ใช่มือของผู้ทำ พินัยกรรมนั้นเป็นโมฆะสำหรับประเภทที่ 1
ไม่ระบุวันที่หรือวันที่ไม่ครบถ้วน ศาลเคยตัดสินว่าการระบุเพียงเดือนและปีโดยไม่มีวัน ยังไม่เพียงพอ
ข้อความคลุมเครือ เช่น "ยกบ้านให้ลูกชายคนโต" โดยไม่ระบุชื่อหรือที่ตั้งที่ชัดเจน อาจทำให้เกิดการโต้แย้งในชั้นศาลได้
ทำพินัยกรรมขณะขาดสติ หากมีหลักฐานว่าผู้ทำพินัยกรรมอยู่ในสภาวะที่ขาดสติสัมปชัญญะ ไม่ว่าจากโรคหรือฤทธิ์ยา พินัยกรรมนั้นอาจถูกโต้แย้งได้
จดหมายสั่งเสียใช้แทนพินัยกรรมได้ไหม
คำตอบสั้นๆ คือ ไม่ได้
จดหมายสั่งเสีย (Letter of Intent) ไม่ได้มีผลเป็นพินัยกรรมเพียงเพราะเรียกเอกสารนั้นว่าจดหมายสั่งเสีย หากเอกสารไม่ทำตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด เช่น พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับต้องเขียนข้อความ วันที่ และลงลายมือชื่อด้วยลายมือของผู้ทำ เอกสารนั้นก็ไม่มีผลเป็นพินัยกรรม
ทายาทที่ถือจดหมายสั่งเสียและเชื่อว่ามีสิทธิ์ในทรัพย์สินตามจดหมายนั้นอาจผิดหวัง เพราะหากไม่มีพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทรัพย์สินจะถูกแบ่งตามบทบัญญัติของการรับมรดกโดยไม่มีพินัยกรรมแทน ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้เสียชีวิตเลย
ควรทบทวนหรืออัปเดตพินัยกรรมเมื่อไหร่
พินัยกรรมสามารถเพิกถอนหรือแก้ไขได้ตลอดเวลาที่ผู้ทำยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีข้อจำกัดในการทำพินัยกรรมใหม่หรือยกเลิกฉบับเดิม เหตุการณ์สำคัญที่ควรพิจารณาทบทวนพินัยกรรมได้แก่
- การสมรสหรือหย่าร้าง — ความสัมพันธ์ทางกฎหมายเปลี่ยน สิทธิ์ในมรดกเปลี่ยนตาม
- การมีบุตรหรือหลานใหม่ — หากต้องการระบุให้ชัดเจนควรอัปเดต
- การซื้อหรือขายทรัพย์สินสำคัญ — พินัยกรรมที่ระบุทรัพย์สินที่ขายไปแล้วอาจก่อให้เกิดความสับสน
- ความสัมพันธ์กับผู้รับมรดกเปลี่ยนไป — ความขัดแย้งในครอบครัวหรือการสูญเสียผู้รับมรดกก่อนผู้ทำ
- ทุก 5–7 ปี — เพื่อให้แน่ใจว่าพินัยกรรมยังสะท้อนความต้องการปัจจุบัน
การทำพินัยกรรมใหม่ที่ระบุว่า "ฉบับนี้ยกเลิกพินัยกรรมฉบับก่อนหน้าทั้งหมด" เป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการป้องกันความสับสนว่าฉบับไหนใช้บังคับ
การทำพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นก้าวแรกของการวางแผนมรดกที่ดี แต่ยังมีขั้นตอนอีกมากที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ทรัพย์สินถึงมือทายาทได้จริง คู่มือการจัดการมรดก — กฎหมายมรดกไทย อธิบายกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การตั้งผู้จัดการมรดก การโอนที่ดิน ไปจนถึงการปิดบัญชีธนาคาร พร้อมเช็กลิสต์ที่นำไปใช้ได้ทันที
รับ Thailand — Estate Settlement Checklist ฟรี
ดาวน์โหลด Thailand — Estate Settlement Checklist — คู่มือพร้อมพิมพ์ที่มีเช็กลิสต์ แบบฟอร์ม และแผนปฏิบัติการที่ใช้ได้ทันทีวันนี้